ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

3 พ.ย. 2560
594
การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงาน

การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นปัญหาร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงานทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย

อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนพีซีในประเทศไทยค่อยๆ ปรับลดลง จนมาอยู่ที่ร้อยละ 69 ในปัจจุบัน อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่ลดลงนี้ ส่งผลดีต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม เมื่อการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลดลง บริษัทผู้พัฒนาและผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์ จะสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาของตน สร้างการเจริญเติบโตของธุรกิจ สร้างรายได้ และจ้างงาน

จากการศึกษาที่ดำเนินการโดยไอดีซี พบว่า หากลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยลงเพียงสิบจุด ภายในระยะเวลาสี่ปี จะเกิดการจ้างงานใหม่ 2,100 ตำแหน่ง กระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 30,000 ล้านบาท และรัฐเก็บภาษีรายได้สูงกว่าประมาณการปัจจุบัน กว่า 1,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่ร้อยละ 69 ยังคงสูงเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เฉลี่ยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ร้อยละ 61

ประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการรณรงค์ให้ความรู้ วางกรอบด้านกฎหมาย และดำเนินการเพื่อลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลงให้ได้ทุกปี ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมไอทีในประเทศเติบโตได้เร็วขึ้น เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไอทีที่ทันสมัย ตลอดจนสร้างงาน  เพิ่มภาษีรายได้ และกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ไม่ก่อให้เกิดประโชน์กับผู้ใด แต่กลับทำให้เกิดความเสี่ยงและอันตรายร้ายแรงต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภค โรงงานผลิตสินค้า หรือว่ารัฐบาล ในส่วนของผู้บริโภค ทั้งผู้ใช้งานตามบ้าน พนักงานบริษัท หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่างต้องเสี่ยงต่อภัยคุกคามต่อคอมพิวเตอร์ของตน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่อาจตามมา โรงงานผลิตสินค้าต้องสูญเสียเงินลงทุนที่ควรจะนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และรัฐบาลพลาดโอกาสในการเก็บภาษีจากการขายซอฟต์แวร์แท้

ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คือ อาชญากรประเภทต่างๆ เช่น อาชญากรไซเบอร์ ที่สามารถสร้างเม็ดเงินที่ผิดกฎหมายผ่านการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

การใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์เพิ่มภัยคุกคามที่ร้ายแรง ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่จะเกิดอาชญากรรมไซเบอร์ ปัจจุบันมีการใช้งานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น และคอมพิวเตอร์หรือแล็บท้อปแทบทุกเครื่องต่างเชื่อมต่อกับเครือข่าย ส่งผลให้เกิดอาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มสูงขึ้น ช่องโหว่หนึ่งที่ผู้ประสงค์ร้ายใช้โจมตีคอมพิวเตอร์คือผ่านทางซอฟต์แวร์เถื่อนนั่นเอง