ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

19 ก.ค. 2561
2474
ซอฟต์แวร์แท้ ช่วย SMEs Startups และ Freelancers ลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร

ในปัจจุบัน การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในกลุ่ม SMEs, Startups และ Freelancers เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ

รูปแบบทั่วไปของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

  • การละเมิดโดยการทำซ้ำซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทซอฟต์แวร์ เช่น ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หนึ่งโปรแกรมติดตั้งบนเครื่องพีซีหลายเครื่อง เกินกว่าจำนวนที่ได้รับอนุญาตตามสัญญาอนุญาตให้ช้สิทธิ หรือไลเซ่นส์ เป็นต้น
  • การละเมิดบนคลาวด์ เช่น ใช้สิทธิการเช่าใช้งานซอฟต์แวร์ เกินกว่าสิทธิที่ได้รับตามสัญญาการเช่าใช้ เป็นต้น
  • การละเมิดบนอินเทอร์เน็ต เช่น ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่มีการทำให้แพร่หลาย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทซอฟต์แวร์ เป็นต้น
  • การละเมิดโดยการซื้อและใช้ซอฟต์แวร์ปลอม ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด หรือที่ดาวน์โหลดมาพร้อมกับเครื่องพีซี

ลดค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหามัลแวร์จู่โจม

ค่าใช้จ่ายต่อครั้งในการแก้ปัญหามัลแวร์ที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ คิดเป็นเงินมากกว่า 10,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ หรือมากกว่า 300,000 บาท ต่อพีซีหนึ่งเครื่อง (ข้อมูลจาก IDC)

การใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ คือจุดอ่อนที่เปิดโอกาสให้มัลแวร์จู่โจม เพราะองค์กรจะไม่ได้รับสิทธิในการอัปเดตด้านความปลอดภัย (Security Update) ไม่ได้รับสิทธิในการอุดช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ (Patch) และไม่ได้รับสิทธิในบริการด้านความปลอดภัยอื่นๆ จากบริษัทซอฟต์แวร์

อาชญากรไซเบอร์พุ่งเป้ามาที่ SMEs, Startups, Freelancers มากขึ้น เพราะเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่อการจู่โจม เนื่องจากขาดต้นทุน ความรู้และความเชี่ยวชาญในการป้องกันตัวเอง และ SMEs ส่วนใหญ่ยังเป็นซัพพลายเออร์ให้แก่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้อาชญากรไซเบอร์ใช้เป็นช่องทางเข้าจู่โจมองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ได้

ลดค่าใช้จ่ายในกรณีถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ค่าทนายความในการดำเนินคดี ค่าปรับ และค่าจัดหาซอฟต์แวร์แท้มาใช้งาน เพื่อทดแทนซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยรวมแล้วคิดเป็นจำนวนเงินสูงกว่ามูลค่าของซอฟต์แวร์แท้

นอกจากนี้ ยังอาจรวมไปถึงค่าทนายความในการดำเนินคดีและค่าปรับ ในกรณีที่ทำผิดสัญญาเรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่ง SMEs, Startups, Freelancers  ทำไว้กับองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างงาน   เพราะในปัจจุบัน องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่เริ่มหันมาเพิ่มมาตรการตรวจสอบมากขึ้น ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อทำให้แน่ใจว่าซัพพลายเออร์มีมาตรการที่เพียงพอในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากซัพพลายเออร์

เริ่มต้นสำรวจความต้องการซอฟต์แวร์ที่จำเป็นต้องใช้งานจริง พิจารณารูปแบบสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (License) หรือรูปแบบเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ที่คุ้มค่ากับการลงทุน ตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่มีการติดตั้งและใช้งานในเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ ลบทิ้งซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ตั้งแต่วันนี้

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ สามารถติดต่อกลับมาที่ thailand@bsa.org