ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

16 ส.ค. 2561
56
อาชญากรไซเบอร์มีแนวโน้มจู่โจมองค์กรธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกในระบบซัพพลายเชนมากขึ้นและรุนแรงขึ้น

การโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น ในอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออก เนื่องจาก

องค์กรธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออก ยังไม่มีระบบและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดีและเพียงพอ
·    ระบบการผลิตในภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพในการผลิตเป็นหลัก และยังมีจุดอ่อนด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
·    องค์กรธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออก จะเลือกลงทุนในเทคโนโลยีที่เพิ่มผลผลิต มากกว่าเทคโนโลยีที่ป้องกันภัยทางไซเบอร์
การจู่โจมทางไซเบอร์ในองค์กรธุรกิจที่เป็นซัพพลายเออร์ อาจเป็นหนทางไปสู่การโจมตีบริษัทคู่ค้าสำคัญขนาดใหญ่ และนำไปสู่การเข้าถึงและขโมยข้อมูลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่ามหาศาล เช่น สูตรและวิธีการผลิต เป็นต้น

การใช้และติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ จะทำให้องค์กรธุรกิจไม่ได้รับสิทธิในการอัปเดตด้านความปลอดภัย (Security Update) ไม่ได้รับสิทธิในการอุดช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ (Patch) และไม่ได้รับสิทธิในบริการด้านความปลอดภัยอื่นๆ จากบริษัทซอฟต์แวร์ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้อาชญากรไซเบอร์อาศัยช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ในการปล่อยมัลแวร์เข้าจู่โจมระบบ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการติดตั้งและใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หากพบการติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ควรลบทิ้งซอฟต์แวร์ดังกล่าวทันที เพียงเท่านี้ ท่านจะสามารถลดความเสี่ยงและกำจัดจุดอ่อนได้ด้วยตัวท่านเอง

ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้ หากมีการติดตั้งและใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
- ค่าใช้จ่ายต่อครั้งในการแก้ปัญหามัลแวร์ที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ คิดเป็นเงินมากกว่า 10,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ หรือมากกว่า 300,000 บาท ต่อพีซีหนึ่งเครื่อง (ข้อมูลจาก IDC)
- ค่าใช้จ่ายในกรณีถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ และความผิดฐานผิดสัญญากับคู่ค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนความผิดฐานข้อมูลของคู่ค้ารั่วไหลหรือถูกละเมิด อันสืบเนื่องมาจากการการถูกจู่โจมทางไซเบอร์